มหาวิทยาลัยทักษิณ วิทยาเขตสงขลา จัดโครงการปัจฉิมนิเทศสำหรับนิสิตที่กำลังจะสำเร็จการศึกษา ปีการศึกษา 2567 TSU MOVE ON 2025 เตรียมตัวโบกมือลาชีวิตมหาวิทยาลัย สู่โลกแห่งการทำงาน ส่งปาริชาตช่อที่ 53 ก้าวต่อไปสู่เส้นทางใหม่ พร้อมความทรงจำดี ๆ จากรั้ว มหาวิทยาลัยทักษิณ จำนวน 2,173 คน
ฝ่ายกิจการนิสิตร่วมกับองค์การนิสิต มหาวิทยาลัยทักษิณ วิทยาเขตสงขลา จัดโครงการปัจฉิมนิเทศสำหรับนิสิตที่กำลังจะสำเร็จการศึกษา ปีการศึกษา 2567 TSU MOVE ON 2025 เตรียมตัวโบกมือลาชีวิตมหาวิทยาลัย สู่โลกแห่งการทำงาน พร้อมรับคำแนะนำและแรงบันดาลใจจากผู้บริหาร นำโดย รองศาสตราจารย์ ดร.ณฐพงศ์ จิตรนิรัตน์ อธิการบดี มหาวิทยาลัยทักษิณ และวิทยากรสุดพิเศษ คุณรัชเขต วีสเพ็ญ นักพูดสร้างแรงบันดาลใจ เมื่อวันที่ 20 มีนาคม 2568 ณ หอเปรมดนตรี มหาวิทยาลัยทักษิณ วิทยาเขตสงขลา
โครงการ TSU MOVE ON 2025 ปัจฉิมนิเทศ ปีการศึกษา 2567 จัดขึ้นสำหรับนิสิตที่แจ้งสำเร็จศึกษาในภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2567 ซี่งเป็นการส่งปาริชาตช่อที่ 53 ก้าวต่อไปสู่เส้นทางใหม่ พร้อมความทรงจำดี ๆ จากรั้ว มหาวิทยาลัยทักษิณ โดยมีนิสิตที่สำเร็จการศึกษา ประจำปีการศึกษา 2567 หรือว่าที่บัณฑิตใหม่ มหาวิทยาลัยทักษิณ รวมนิสิตที่เข้าร่วมโครงการฯ ทั้งสองรอบ จำนวน 2,173 คน แบ่งเป็น
ภาคเช้า 3 คณะ คือ
คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ จำนวน 600 คน
คณะเศรษฐศาสตร์และบริหารธุรกิจ จำนวน 462 คน
วิทยาลัยการจัดการเพื่อการพัฒนา จำนวน 108 คน
ภาคบ่าย 3 คณะ คือ
คณะนิติศาสตร์ จำนวน 373 คน
คณะศิลปกรรมศาสตร์ จำนวน 102 คน
คณะศึกษาศาสตร์ จำนวน 528 คน
ในโอกาสพิเศษนี้ ฝ่ายกิจการนิสิตร่วมกับองค์การนิสิต มหาวิทยาลัยทักษิณ วิทยาเขตสงขลา ได้จัดชุดการแสดงสุดพิเศษ ต้อนรับว่าที่บัณฑิตใหม่ ด้วยชุดการแสดง ขบวนธง TSU Color Guard เปิดงานสุดยิ่งใหญ่ อลังการ พร้อมโชว์สุดพิเศษจากทีมงานนิสิตที่ได้รับรางวัลที่ 1 จากการประกวดรายการ TSU GOT TALENT 2025
ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.สิรยา สิทธิสาร รองอธิการบดีฝ่ายกิจการนิสิตและพันธกิจสัมพันธ์ กล่าวต้อนรับ พร้อมให้แนวทางสำหรับการดำเนินชีวิตไว้ 3 ข้อ คือ
1. ระลึกไว้เสมอว่าทุกจุดสิ้นสุดจะเป็นจุดเริ่มต้นของสิ่งใหม่ ๆ เสมอ Connect the Dot เพราะฉะนั้นอย่าหยุดที่จะพัฒนาตนเองเพื่อเตรียมตัวให้พร้อมสำหรับการเริ่มต้นสิ่งใหม่ ๆ ในอนาคต
2. รักษาจิตใจให้เข้มแข็งพร้อมที่จะเผชิญกับทุกปัญหาที่ถาโถมเข้ามาด้วยความมีสติ จงคิดว่าชีวิตเป็นของเรา เราเป็น CEO ที่มีสิทธิในการบริหารจัดการชีวิต และจงเลือกรับสิ่งดี ๆ พลังบวกเข้ามา เพื่อเสริมความแข็งแกร่งให้ตัวเอง แต่ถ้าหากพบเจอกับปัญหา อุปสรรค ต่าง ๆ ขอให้ใช้เวลาในการรักษาเยี่ยวยาจิตใจ แต่อย่านาน แล้วรีบลุกขึ้นไปต่อ
3. ฝันให้ไกลและไปให้ถึง อย่าให้คำพูดเชิงลบของใครบางคนมาตัดสินอนาคตและความฝันของเรา ขอจงเชื่อมั่นในความฝันและก้าวไปตามความฝันอย่างร่าเริง
หลังจากนั้น รองศาสตราจารย์ ดร.ณฐพงศ์ จิตรนิรัตน์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยทักษิณ ได้บรรยายพิเศษ President Talk “ม.ทักษิณ ถิ่นในใจ ในทุกวัน” โดยได้ให้แง่คิด มุมมอง และแนวทางในการดำเนินชีวิต พร้อมคำอำนวยพรส่งท้ายการสำเร็จการศึกษาของว่าที่บัณฑิตใหม่ ใจความสำคัญของบทบรรยายท่อนหนึ่ง ความว่า การใช้ชีวิตจำเป็นต้องมีคัมภีร์ที่ยึดถือและข้าพเจ้าใช้มาตลอดจนถึงทุกวันนี้ มาจากจดหมายของพ่อ ที่เขียนคำตักเตือนมาทางจดหมาย คัมภีร์ที่ว่า คือ “จงอุตสาหะ มานะ อดทน ขยันและต่อสู้ เพื่ออนาคตของตนเอง” ซึ่งในการทำงานทุกช่วงเวลาจะต้องพยายามให้มีหมุดหมายที่สื่อสัญลักษณ์ของการเจริญเติบโตและปักหมุดของความเจริญงอกงามก้าวหน้าในวิชาชีพ อันเป็นผลพวงมาจากความมีระเบียบวินัย ดังนั้น “จงหมั่นรดน้ำ พรวนดิน ต้นไม้แห่งระเบียบวินัยให้งดงามในหัวใจ” ที่สำคัญพึงระลึกไว้เสมอว่า “ชีวิตไม่ง่าย... เป็นอิสระ ข้ามพ้นความกลัวและเชิดหน้าเข้าไว้” พร้อมทั้งส่งท้ายการบรรยายด้วยการฝากคำอำนวยพรให้กับว่าที่บัณฑิตทุกคน ว่า
“บินไปเถิดเจ้านกเสรี
บินไปยังถิ่นที่เจ้าฝันใฝ่
บินสู่โลกกว้างอย่างมั่นใจ
บินเพื่อใคร คงกล้าท้าอธรรม”
ติดตามด้วย คณบดีแต่ละคณะร่วมอวยพรแก่นิสิต และการบรรยายพิเศษ “How to survive ในวัยทำงาน” โดยวิทยากร คุณรัชเขต วีสเพ็ญ นักพูดสร้างแรงบันดาลใจ
ได้ให้แนวทางสำหรับปรับใช้ในชีวิตการทำงานไว้ 9 แนวทาง ดังนี้
1. แย้มยิ้มพิมพ์ใจ ยิ้มแย้มแจ่มใจให้กับทุกคน การยิ้มเป็นเสมือนใบเบิกทางในการสานมิตรไมตรีกับผู้คน
2. ปราศรัยทายทัก คำทักทายและอัธยาศัยที่เป็นมิตร นำมาซึ่งเพื่อนฝูงและมิตรภาพในการทำงาน
3. พร้อมภักดิ์เอ่ยนาม การจดจำชื่อเพื่อนร่วมงานเป็นเสน่ห์ที่สร้างความประทับใจ
4. ติดตามช่วยเหลือ ให้มีจิตอาสาในการช่วยเหลือเกื้อกูลเพื่อนร่วมงานในลิมิตที่จะช่วยเหลือได้โดยที่การช่วยเหลือนั้นไม่ทำให้ตัวเองเดือดร้อน
5. เหนือชั้นยกย่อง การให้เกียรติและยกย่องผู้อื่นเป็นสิ่งที่ควรทำ ที่จะช่วยให้การปฏิสัมพันธ์เป็นไปในเชิงบวก และก่อเกิดทัศนคติที่ดีต่อกัน
6. ถูกต้องเอาใจใส่ ในการทำงานทุกอย่างให้เอาใจใส่ในทุกรายละเอียด เพื่อลดการผิดพลาด จึงจะถือว่าเป็นการทำงานอย่างมืออาชีพ
7. เข้าใจอ่อนน้อม ให้มีความเห็นอกเห็นใจผู้อื่นและมีสัมมาคารวะ รู้จักผู้หลักผู้ใหญ่ การเป็นคนอ่อนน้อมถ่อมตนในที่ทำงานจะเป็นที่รักใครของเจ้านายและเพื่อนร่วมงาน
8. เพียบพร้อมการฟัง พยายามเป็นผู้ฟังที่ดี ฟังให้เข้าใจและจับประเด็นในงานหรือสิ่งที่จะต้องทำให้ได้ และทำตัวให้เป็นผู้ฟังที่ดี การฟังจะเป็นจุดเริ่มต้นของการทำงานอื่น ๆ ที่จะตามมาในอนาคต
9. เพิ่มพลังความสำเร็จ ทุก ๆ งานที่ทำสำเร็จจะเป็นพลังใจ และแรงบวกที่จะหนุนเสริมให้เราพร้อมที่จะทำงานที่ยากและท้าทายต่อไป
และช่วงสุดท้ายของโครงการเป็นการกล่าวคำอำลาสถาบันและอาจารย์ โดยตัวแทนนิสิต และกิจกรรมซึ้ง ๆ "You will be missed – เราจะคิดถึงเธอนะ" โดยทีมงานองค์การนิสิต เพื่อร่วมเก็บความทรงจำดี ๆ ไปพร้อมกัน
นิสิตมหาวิทยาลัยทักษิณ หรือปาริชาต ช่อที่ 53 กำลังสำเร็จการศึกษา เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการออกไปทำหน้าที่ขับเคลื่อนสังคม และประเทศชาติด้วยทักษะปฏิบัติและคุณธรรมที่ถึงพร้อมภายใต้ปรัชญาของมหาวิทยาลัยทักษิณที่ว่า “ปัญญา จริยธรรม นำการพัฒนา” ซึ่งทุก ๆ ปีการศึกษา จะมีนิสิตแจ้งสำเร็จการศึกษา จากมหาวิทยาลัยทักษิณ ปีละประมาณกว่า 3,000 คน
……………………………
ข่าว : งานสื่อสารองค์กร สำนักงานมหาวิทยาลัย