สถาบันทักษิณคดีศึกษา มหาวิทยาลัยทักษิณ ร่วมกับภาควิชาศิลปะการละคร คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จัดกิจกรรม “มะโย่ง โนรา หนังตะลุง เดอะโค-ครีเอทีฟ สเปซ (The Co-Creative Space)” ภายใต้โครงการ OFOS (One Family One Soft Power) การสัมมนาเชิงปฏิบัติการและนำเสนอผลงานศิลปะการแสดงแบบประเพณีและการแสดงร่วมสมัย เพื่อยกระดับทุนวัฒนธรรมด้านศิลปะการแสดงของภาคใต้สู่พื้นที่แห่งการเรียนรู้ การสร้างสรรค์ และการต่อยอดสู่เศรษฐกิจสร้างสรรค์ ผ่านความร่วมมือของนักศึกษา ศิลปินพื้นบ้าน ชุมชน และภาคีเครือข่าย
มหาวิทยาลัยทักษิณ โดย สถาบันทักษิณคดีศึกษา ร่วมกับภาควิชาศิลปะการละคร คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จัดกิจกรรม “มะโย่ง โนรา หนังตะลุง เดอะโค-ครีเอทีฟ สเปซ (The Co-Creative Space)” ภายใต้โครงการ OFOS (One Family One Soft Power) เพื่อยกระดับทุนวัฒนธรรมด้านศิลปะการแสดงของภาคใต้สู่พื้นที่แห่งการเรียนรู้ การสร้างสรรค์ และการต่อยอดสู่เศรษฐกิจสร้างสรรค์ ผ่านความร่วมมือของนักศึกษา ศิลปินพื้นบ้าน ชุมชน และภาคีเครือข่าย ระหว่างวันที่ 11-12 กรกฎาคม 2569 ณ หอเปรมดนตรี มหาวิทยาลัยทักษิณ วิทยาเขตสงขลา โดยได้รับเกียรติจาก อาจารย์ ดร.วีณา ลีลาประเสริฐศิลป์ รองอธิการบดีวิทยาเขตสงขลา มหาวิทยาลัยทักษิณ เป็นประธานในพิธีเปิดพร้อมด้วยภาคีเครือข่ายทางวัฒนธรรม
หัวใจสำคัญของกิจกรรมคือการนำ 3 ศิลปะการแสดงพื้นถิ่น ได้แก่ มะโย่ง โนรา และหนังตะลุง ซึ่งล้วนเป็นมรดกภูมิปัญญาที่สะท้อนอัตลักษณ์ วิถีชีวิต ความเชื่อ และประวัติศาสตร์ของผู้คนในภาคใต้ มาพัฒนาเป็นองค์ความรู้ร่วมสมัย เพื่อสร้างแรงบันดาลใจในการออกแบบผลิตภัณฑ์ การสร้างแบรนด์ และกิจกรรมสร้างสรรค์รูปแบบใหม่ อันเป็นการต่อยอดคุณค่าของศิลปวัฒนธรรมให้ก้าวทันบริบทของสังคมปัจจุบัน

ภายในกิจกรรม ผู้เข้าร่วมได้เรียนรู้จากศิลปินและผู้เชี่ยวชาญด้านศิลปะการแสดงพื้นบ้าน พร้อมแลกเปลี่ยนประสบการณ์กับเครือข่ายทางวัฒนธรรม และร่วมกันพัฒนาแนวคิดในการสร้างสรรค์ผลงานที่เชื่อมโยงภูมิปัญญาท้องถิ่นเข้ากับการออกแบบร่วมสมัย สะท้อนให้เห็นว่าศิลปะการแสดงไม่ได้เป็นเพียงมรดกที่ควรอนุรักษ์ แต่ยังสามารถสร้างคุณค่าใหม่ให้กับสังคมและเศรษฐกิจได้อย่างเป็นรูปธรรม
อีกหนึ่งผลลัพธ์สำคัญของโครงการ คือการต่อยอดสู่การพัฒนา Creative Merchandise หรือผลิตภัณฑ์สร้างสรรค์ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากอัตลักษณ์ของมะโย่ง โนรา และหนังตะลุง ทั้งเครื่องแต่งกาย ของใช้ในชีวิตประจำวัน และของที่ระลึก เพื่อเพิ่มมูลค่าให้กับมรดกวัฒนธรรม พร้อมสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจแก่ชุมชนและผู้ประกอบการในพื้นที่

การดำเนินงานของโครงการครอบคลุมเครือข่ายศิลปวัฒนธรรมใน 8 จังหวัด 6 อัตลักษณ์ของภาคใต้ โดยอาศัยความร่วมมือระหว่างศิลปินพื้นบ้าน สถานศึกษา นักศึกษา ชุมชน และเครือข่ายวัฒนธรรมในพื้นที่ เพื่อร่วมกันสร้างระบบนิเวศแห่งการเรียนรู้ที่เชื่อมโยงการอนุรักษ์ การพัฒนาทักษะ และการสร้างคุณค่าทางเศรษฐกิจจากทุนวัฒนธรรมอย่างสมดุลและยั่งยืน
กิจกรรมดังกล่าวสะท้อนบทบาทของมหาวิทยาลัยทักษิณในการขับเคลื่อนสู่ มหาวิทยาลัยนวัตกรรมสังคม (Social Innovation University) ที่ใช้ทุนทางวัฒนธรรมเป็นกลไกสำคัญในการพัฒนาคน สร้างงาน สร้างอาชีพ และขับเคลื่อนเศรษฐกิจสร้างสรรค์ ควบคู่กับการอนุรักษ์มรดกภูมิปัญญาท้องถิ่นให้สามารถเติบโตและส่งต่อคุณค่าสู่คนรุ่นใหม่ได้อย่างยั่งยืน
โครงการยังสะท้อนแนวคิดสำคัญว่า “ต่างราก ต่างภาษา ต่างลีลา แต่เมื่อเปิดใจเรียนรู้ร่วมกัน ความแตกต่างย่อมกลายเป็นพลังของการสร้างสรรค์” ซึ่งเป็นหัวใจของการใช้ศิลปวัฒนธรรมเป็นพื้นที่เชื่อมโยงผู้คน สร้างการเรียนรู้ร่วมกัน และผลักดันพลังสร้างสรรค์จากความหลากหลายให้เป็นรากฐานของการพัฒนาสังคมในอนาคต
